บอกลาไมเกรน โดยไม่ต้องพึ่งยา

Updated: Apr 24, 2018


เรื่องราวดีๆที่เราอยากแบ่งปันในวันนี้คือ การแก้อาการปวดหัวไมเกรนโดยไม่ต้องพึ่งยา ในเคสทีเราจะเขียนนี้ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง เราเริ่มมีอาการปวดหัวไมเกรนตั้งแต่อายุย่างเข้า 15 และก็สันนิษฐานว่าน่าจะได้รับโรคนี้มาจากพันธุกรรม เพราะเป็นกันทั้งบ้าน


อาการปวดหัวไมเกรนนั้นถ้าเกิดกับใคร หรือเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม วันทั้งวันของวันนั้น ไม่ต้องเป็นอันได้ทำอะไรกันเลยก็ว่าได้ เพราะอาการปวดหัวไมเกรนไม่ใช่แค่การปวดที่ขมับตุ๊บๆ ๆเท่านั้น แต่ยังมีอาการสายตาที่พร่ามัว ในบางรายจะมีอาการปวดร้าวเลยลงไปที่เบ้าตาข้างใดข้างหนึ่ง แล้วถ้าอาการหนักมากๆ ก็จะปวดร้าวเลยลงไปถึงท้ายทอยกันเลยทีเดียว บางรายอาจจะมีอาการวิงเวียนศีรษะและคลื่นไส้อาเจียนร่วมอยู่ด้วย อาการที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั้นเรามีครบทุกข้อเลยค่ะ และในทุกๆปีอาการก็จะรุ่นแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ



อาการปวดหัวไมเกรนนั้นก็มีหลายระดับด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ปวดนิดหน่อยไปถึงปานกลางและก็หนักสุดๆ

วิธีการแก้อาการปวดหัวไมเกรนที่ได้ผลเร็วที่สุด คือการกินยาแก้ปวด แต่การกินยาแก้ปวดจะไม่ค่อยได้ผลมากนัก ในกรณีที่มีอาการไมเกรนกำเริบมาสักพักแล้ว การกินยาที่ได้ผลมากที่สุดคือให้สังเกตอาการที่จะแสดงออกกอ่นที่ไมเกรนจะมาเยือน อาการที่ว่านี้ก็คือ สายตาของเราจะมองเห็นจุดดำๆ และจุดสว่างๆ เป็นจุดๆ กระจายกันเต็มไปหมด ถ้าเกิดอาการนี้เมื่อใดให้ทานยาแก้ปวดกันไว้เลย อาการนี้จะแสดงออกก่อนจะมีอาการปวดไมเกรนประมาณ 1-2 วัน ถ้าเราทานยาแก้ปวดกันไว้ตั้งแต่อาการไมเกรนเริ่มแสดงอาการเตือนในช่วงแรกๆ ก็จะทำให้อาการไมเกรนไม่กำเริบ หรือถึงจะกำเริบก็จะปวดแค่นิดหน่อย การกินยานั้นไม่ได้รักษาอาการปวดไมเกรนให้หายขาด มันจะกลับมาเยี่ยมเยือนคุณอย่างสม่ำเสมอ


ข้อสังเกตอีกอย่างที่เราได้ลองทำคือ การไม่ทานยาแก้ปวดเมื่ออาการไมเกรนกำเริบ พอดีเรารู้สึกว่าตัวเองทานยาแก้ปวดบ่อยเกินไป เลยอยากจะลองรักษาให้อาการไมเกรนทุเลาด้วยตัวของมันเอง วิธีนี้เราคิดผิดถนัดเพราะการที่เราไม่ทานยาแก้ปวดกลับทำให้อาการยิ่งแย่ลง นั่นก็คืออาการปวดจะรุนแรงมากขึ้นและก็จะเป็นนานอยู่หลายวัน กว่าที่อาการจะค่อยๆทุเลา



บอกลาไมเกรน โดยไม่ต้องพึ่งยา

โรคนี้เริ่มรบกวนการใช้ชีวิตในแต่ละวันของเรามากขึ้นเรื่อยๆ เราเลยตัดสินใจไปปรึกษาคุณหมอ สรุปคำตอบที่ได้จากคุณหมอนั่นก็คือ เราต้องออกกำลังกายและอย่าเครียด คุณหมอยังแนะนำให้ทานอีฟนิ่งพริมโรสควบคู่ไปด้วย


กลับถึงบ้านเราก็เริ่มรักษาโรคไมเกรนในแบบฉบับของตัวเองทันที

เราเริ่มสังเกตและเรียนรู้อาการของไมเกรน ในกรณีเรานั้น จะมีอาการปวดเฉพาะช่วงก่อนที่รอบเดือนจะมา เรามีอาการนี้มาตั้งแต่เริ่มย่างเข้าสู่วัยรุ่น จนมาถึงตอนนี้ที่เป็นคุณแม่ลูกสามแล้ว อาการปวดหัวไมเกรนก็ยิ่งรุ่นแรงและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ


ก่อนที่รอบเดือนจะมาเราเริ่มจดอารมณ์ความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์เหวี่ยง หงุดหงิดและโมโหง่าย เบื่อ ท้อแท้ เซ็ง เราจดทุกอย่างลงในกระดาษ


แล้วเราก็แก้อาการ เหวี่ยง หงุดหงิด โมโห....... ด้วยการออกไปวิ่ง ถ้าอยู่ในช่วงยุ่งๆก็จะวิ่งในบ้านนั่นแหละ หรือจะลุกนั่งก็ได้ วิธีการนี้จะช่วยนำความรู้สึกที่แย่ๆออกไปจากหัว ทำให้หัวของเรารู้สึกโล่งๆ

แล้วมันก็ได้ผลมากๆจริงๆด้วย พยายามทำให้ได้ในทุกๆครั้งที่อารมณ์เหล่านี้เริ่มก่อตัว อย่าทำเพิกเฉย เพราะถ้ายิ่งปล่อยไว้อาการเหล่านี้ก็จะก่อตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ





ส่วนวิธีการแก้อาการเบื่อ ท้อแท้ เซ็ง..... ก็ให้แก้ด้วยการทำสิ่งที่เราชอบและสนุกแทน เช่นเล่นกีฬาที่เราชอบ ปั่นจักรยาน เล่นยิม โยคะ เย็บผ้า ทำอาหาร ทำงานฝืมือ วาดรูป หรืออื่นๆ วิธีการแก้ที่กล่าวมาทั้ง

หมดนี้เปรียบเสมือนการเอาสิ่งที่ดีเข้าไปแทนที่สิ่งที่ไม่ดี ทำให้สมองโปรดโปร่ง จิตใจแจ่มใส อาการที่เครียดก็จะค่อยๆหายไปรวมไปถึงอาการไมเกรนก็จะค่อยๆจางหายไปด้วย


เราได้ลองทำแค่ครั้งเดียวแล้วก็ได้ผลเลย ในที่สุดเดือนนี้ก็เป็นเดือนแรกในรอบหลายปีที่เราไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวด


หมายเหตุ อาการปวดไมเกรนของแต่ละคนนั้นจะมีสิ่งที่มากระตุ้นแตกต่างกันไป บางคนเจออากาศร้อนจัด กลิ่นเหม็นจัด เครียดมาก หรือฮอร์โมนในร่างกายแปรปรวน ก็จะทำให้อาการปวดไมเกรนกำเริบขึ้นได้ แต่ทุกๆสาเหตุ ก็สามารถแก้อาการปวดได้ ด้วยวิธีที่ได้กล่าวไว้ในด้านบนทั้งหมด ส่วนในกรณีที่เป็นหนักมากๆ ควรต้องไปหาหมอ เพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาที่ถูกต้องร่วมไปด้วย



"คุณรู้หรือไม่ว่า? ไมเกรนชอบและรักความเครียดมาก ถ้าคุณไม่เก็บความเครียดและเขวี้ยงมันออกไปจากตัวคุณ นั่นก็ย่อมหมายความว่า คุณได้เขวี้ยงไมเกรนออกไปด้วยเช่นกัน"



เขียนโดย Ezi2make


Ezi2make

  • Black Facebook Icon
  • Black Twitter Icon
  • Black Pinterest Icon
  • Black Instagram Icon